ท่องเที่ยวเมียนมาร์วันเดียว แบบครบรส รับประทาน ท่องเที่ยว ช้อป มี่ที่ไหนบ้าง!

เที่ยวพม่า การเที่ยวประเทศพม่าในวันเดียวนั้นไม่ได้ทำยากเลยถึงจะเป็นต่างแดนก็ตาม โน่นเพราะว่าเป็นประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของเรานี่เอง พวกเราจึงสามารถจัดเต็มทั้งยังรับประทานเที่ยวไหว้พระได้อย่างเต็มที่สุดแรงเกิด!! การเที่ยวคราวนี้อาจจะไปวันเสาร์อาทิตย์หรือใช้วันลาพักร้อนไปก็ได้ ไปแบบตอนเช้าไปเย็นกลับก็สบายๆเพราะว่าการเดินทางก็แสนสบาย บอกเลยว่าการเที่ยวครั้งนี้ต้องคุ้มอย่างไม่ต้องสงสัย
1. เจดีย์ชเวดากอง
(Shwedagon Pagoda)
ใครกันแน่ที่อยากมาไหว้พระขอพรอย่าลืมมาที่เจดีย์ชเวดากองเด็ดขาด ตรงนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คู่บ้านคู่เมืองของพม่า มหาเจดีย์ที่นี้ถูกผลิตให้มีความงามสง่าโดยสร้างขึ้นจากทองจึงมีสีทองแพรวพราวแล้วก็มีความสูงถึง 105 เมตรหรือเทียบกับอาคารโดยประมาณ 36 ชั้น ไม่เพียงแค่นั้นข้างบนของเจดีย์ก็ยังประดับด้วยเพชรพลอยไพลินต่างๆที่มีค่าเยอะมาก เป็นเจดีย์ที่มีความสวยสดงดงามและล้ำค่าเยอะแยะจริงๆไปดูพระเจดีย์นั้นจะต้องขอซึ่งเขาจะให้เฉพาะเพศชายเท่านั้นขึ้นไป บอกแล้วว่าถ้าเกิดมาท่องเที่ยวตรงนี้แล้วมิได้แวะกำลังจะถึงว่าพลาดอย่างแรงแน่นอน
2. วัดพระพุทธนอนหลับเจาทัตยี
(Chauk Htat Kyi ทัวร์พม่า 2563 Pagoda)
มากันต่อที่พระนอนตาหวานที่เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ยาว 15 เมตรรวมทั้งมากถึง 16 เมตร ที่เรียกกันว่าพระนอนตาหวานนั้นนั่นก็เพราะเหตุว่ามีใบหน้าที่งามมีดวงตาขนาดใหญ่ แล้วก็ทุกอย่างก็ถูกบรรจงละเอียดลออทุกรายละเอียดอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นรายพลิ้วไหวของจีวรหรือลวดลายสังขารโลกที่ชอบธรรมจักรรวมทั้งรูปมงคล 108 ประการที่ฝ่าพระะบาท พุทธรูปองค์นี้บ่งบอกถึงถึงพลังเลื่อมใสที่ยิ่งใหญ่ของชาวพม่าที่มีต่อพุทธนั่นเอง
3. วัดหงาทัตจี
(Nga Htat Gyi Pagoda)
เป็นวัดที่อยู่ไม่ไกลจากถนนตาหวานก็เลยสามารถไปเที่ยวตรงนั้นแล้วหลังจากนั้นก็ไปที่นี่ต่อได้ ตรงนี้เป็นความสวยศิลปะวัฒนธรรมแบบเมียนมาร์ที่วิจิตรตระการตา ซึ่งพุทธรูปนั้นมีขนาด 14 เมตรสูงเท่าตึก 5 ชั้นได้เป็นพระพุทธรูปหินอ่อนปางมารวิชิต การผลิตนั้นมีความประณีตและวิจิตรบรรจงสวยงามมากมายๆเครื่องแบบที่ใส่ก็จะเป็นของกษัตริย์พม่าในยุคมัณฑะเลย์ ซึ่งเขาได้คาดการณ์ว่าองค์พระองค์นี้ได้ถูกทำขึ้นตั้งแต่ พุทธศักราช1900 นั่นเอง
4. พระเจดีย์โบตาทาวน์
(Botahtaung Pagoda)
ที่เกิดขึ้นมานั้นก็เพื่อบรรจุพระเส้นผม 1 เส้น เที่ยวพม่า ที่ตปุสสะและภัลลิกะสองญาติพี่น้องมานพชาวมอญได้เชิญมาจากประเทศอินเดียตั้งแต่ครั้งพุทธกาล ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เลยเมื่อมาเจดีย์ที่นี้นั่นก็คือเทวรูปนัตโบยี หรือที่คนประเทศไทยรู้จักกันว่าเทพทันใจ ซึ่งการมาขอพรกับเทวดาทันใจนั้นจะต้องมาขอเพียงข้อเดียวเท่านั้นพร้อมด้วยนำดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมและผลไม้มาสักการะบูชา ที่อยากมาขอพรกับท่านก็จำเป็นที่จะต้องเตรียมพร้อมไว้ด้วยนะคะ